ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

เรียนภาษาไทยด้วยแผนที่ชัดเจน

ทำให้ภาษาไทย เรียนรู้ได้จริง

สร้างความมั่นใจด้วยบทเรียนเป็นขั้นตอน บัตรคำภาษาไทยแบบโต้ตอบ เสียงอ่าน และการฝึกที่มีครูคอยแนะนำในพื้นที่เดียว

  • บทเรียนเป็นขั้นตอน
  • ฝึกลงมือจริง
  • มีครูดูแล
ดู

มองเห็นภาษาไทยในบริบทที่ชัดเจน

ฟัง

ได้ยินเสียงอ่านและคำแนะนำการออกเสียง

ทำ

นำไปใช้การฝึกที่ช่วยให้จำได้นาน

ออกแบบเพื่อความก้าวหน้าที่ต่อเนื่อง

มากกว่าการท่องบัตรคำ

เชื่อมตัวอักษร เสียง ความหมาย และนิสัยการฝึก เพื่อให้ภาษาไทยกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

เส้นทางเรียนที่ชัดเจน

เรียนตามคอร์สและบทเรียนที่ครูจัดไว้ โดยไม่ต้องกังวลว่าวันนี้ควรเรียนอะไร

ได้ยินทุกคำ

เชื่อมตัวอักษรไทย คำแนะนำการอ่าน และเสียง เพื่อให้เสียง การสะกด และความหมายสัมพันธ์กัน

คำศัพท์ที่กลับมาในเวลาที่เหมาะสม

ทบทวนบัตรคำ เก็บคำสำคัญ และฝึกเรียกคืนด้วยเกมจับคู่และแบบทดสอบ

มองเห็นความก้าวหน้า

รวมบทเรียน งาน แบบฝึก และความคืบหน้าไว้ในพื้นที่เดียวที่เข้าใจง่าย

จังหวะการเรียนของคุณ

หนึ่งบทเรียน สี่ขั้นตอนที่ใช้ได้จริง

ทุกครั้งที่เรียนจะพาจากความเข้าใจไปสู่การลงมือใช้ และมีขั้นตอนถัดไปรออยู่เสมอ

  1. 01

    เข้าร่วมคอร์ส

    เปิดคอร์สที่ครูแชร์และเริ่มจากบทเรียนที่เตรียมไว้ให้คุณ

  2. 02

    เรียนด้วยบัตรบทเรียน

    อ่านภาษาไทยในบริบท เปิดดูคำแปล และฟังซ้ำได้ตามต้องการ

  3. 03

    ฝึกอย่างกระตือรือร้น

    เขียน พูด จับคู่ และเรียกคืน เพื่อเปลี่ยนจากการจำได้เป็นการใช้ได้

  4. 04

    ต่อยอดความก้าวหน้า

    กลับไปยังคำศัพท์และงานที่บันทึกไว้ พร้อมคำแนะนำจากครู

การเรียนรู้ต้องได้รับการออกแบบ

ทำไมวิธีเรียนภาษาไทยนี้จึงได้ผล?หลักการทางการรู้คิด 6 ข้อ

ตั้งแต่เนื้อหาตามหัวข้อ เสียงอ่าน และบัตรคำ ไปจนถึงการทบทวนแบบเว้นระยะ การเรียกคืน และการฝึกพูด ทุกขั้นตอนมีเป้าหมายชัดเจน

Narrow Input & High-Frequency Exposure

การรับข้อมูลแบบแคบและการพบซ้ำบ่อย

  • วิธีที่เราใช้:บทเรียนจัดข้อความ ตัวอย่าง บัตรคำ และเสียงรอบหัวข้อที่จำกัด เพื่อให้คำศัพท์ไทยสำคัญกลับมาในบริบทของการทักทาย การเดินทาง งาน และชีวิตประจำวัน
  • หลักการเรียนรู้:แนวทางนี้สอดคล้องกับแนวคิด narrow input ของ Stephen Krashen ซึ่งเน้นการรับภาษาที่เกี่ยวข้องและเข้าใจได้อย่างต่อเนื่อง
  • เหตุผลที่ช่วย:ทุกครั้งที่พบคำเดิมในประโยคใหม่ ผู้เรียนจะเพิ่มความเชื่อมโยงระหว่างเสียง รูปคำ ความหมาย และสถานการณ์ ทำให้ความจำมั่นคงขึ้น

Comprehensible Input & Desirable Difficulty

ข้อมูลที่เข้าใจได้และความยากที่เหมาะสม

  • วิธีที่เราใช้:ผู้เรียนเห็นประโยคเต็ม ฟังเสียง และใช้คำอ่านกับคำแปลเป็นตัวช่วย ก่อนฝึกจับคู่ เรียกคืน พูดตาม หรือพูดเอง
  • หลักการเรียนรู้:กระบวนการนี้ผสานแนวคิด i+1 กับงานของ Robert Bjork เรื่อง desirable difficulties คือยากกว่าระดับเดิมเล็กน้อยแต่ยังแก้ได้ด้วยคำใบ้
  • เหตุผลที่ช่วย:ความยากที่พอดีกระตุ้นให้ค้นหาคำตอบ ขณะที่บริบทและข้อมูลย้อนกลับช่วยไม่ให้การฝึกกลายเป็นการเดาแบบไร้ทิศทาง

Contextual Learning & Episodic Memory

บริบทและความจำเชิงเหตุการณ์

  • วิธีที่เราใช้:คำศัพท์ยังเชื่อมกับประโยค เนื้อหา ความหมาย และเสียงเดิม ทำให้การทบทวนพากลับไปยังบริบทที่เคยเรียน
  • หลักการเรียนรู้:งานของ Endel Tulving แยกความจำเชิงเหตุการณ์และความจำเชิงความหมาย และชี้ให้เห็นคุณค่าของตัวชี้นำจากบริบท
  • เหตุผลที่ช่วย:เมื่อคำไทยเชื่อมกับประโยค เสียง และสถานการณ์จริง ผู้เรียนมีหลายเส้นทางในการเรียกคำนั้นกลับมาใช้

Spaced Repetition & Active Recall

การทบทวนแบบเว้นระยะและการเรียกคืน

  • วิธีที่เราใช้:ตัวเลือก “อีกครั้ง”“รู้แล้ว”“คล่อง” และ “เชี่ยวชาญ” ทำให้คำที่ยังไม่แน่นกลับมาเร็วขึ้น คำที่คุ้นเคยเว้นระยะนานขึ้น และคำที่เชี่ยวชาญออกจากคิวประจำวัน
  • หลักการเรียนรู้:ตารางทบทวนได้รับแรงบันดาลใจจากงานเรื่องการลืม ระบบ Leitner และ spaced repetition พร้อมการเรียกคืนแทนการอ่านซ้ำอย่างเดียว
  • เหตุผลที่ช่วย:ความสนใจที่มีจำกัดจึงถูกใช้กับคำที่สำคัญแต่ยังไม่มั่นคง ทำให้การทบทวนมีทั้งประสิทธิภาพและโอกาสจำได้นาน

Immediate Feedback & Learning Motivation

ข้อมูลย้อนกลับทันทีและแรงจูงใจ

  • วิธีที่เราใช้:เกมจับคู่ แบบทดสอบคำศัพท์ แบบฝึก และคำแนะนำจากครูบอกได้รวดเร็วว่าอะไรถูกและอะไรต้องฝึกเพิ่ม
  • หลักการเรียนรู้:ข้อมูลย้อนกลับที่ทันเวลาช่วยแก้ความเข้าใจ ส่วนเป้าหมายสั้นและสัญญาณความสำเร็จช่วยให้ฝึกต่อ แนวคิด Zeigarnik มักใช้อธิบายว่าทำไมงานที่ยังไม่เสร็จจึงยังอยู่ในความสนใจ
  • เหตุผลที่ช่วย:แต่ละกิจกรรมสร้างวงจร ลอง–รับข้อมูล–ปรับแก้ ทำให้ความก้าวหน้ากลายเป็นขั้นตอนถัดไปที่มองเห็นได้

Multimodal Encoding & Generation Effect

การเข้ารหัสหลายช่องทางและการสร้างคำตอบ

  • วิธีที่เราใช้:เนื้อหาเดียวกันสามารถดู ฟัง ออกเสียง เขียน และจับคู่ได้ จึงค่อย ๆ เปลี่ยนจากการจำคำตอบเป็นการสร้างคำตอบด้วยตนเอง
  • หลักการเรียนรู้:ทฤษฎี dual coding ของ Paivio เน้นคุณค่าของการแทนข้อมูลหลายรูปแบบ และงานเรื่อง generation effect พบประโยชน์ของการผลิตข้อมูลอย่างกระตือรือร้น
  • เหตุผลที่ช่วย:การฟัง พูด อ่าน และเขียนไม่ใช่การทำซ้ำแบบเดียวกัน แต่ละโหมดช่วยจัดระเบียบความรู้ใหม่และเผยให้เห็นว่าสามารถใช้ภาษาได้จริงหรือยัง

หมายเหตุ:หลักการเหล่านี้ใช้อธิบายการออกแบบบทเรียนและกิจกรรม ไม่ได้การันตีผลลัพธ์ที่เหมือนกันสำหรับทุกคน ความก้าวหน้ายังขึ้นอยู่กับพื้นฐาน ความถี่ในการฝึก ข้อมูลย้อนกลับ และความต่อเนื่อง

เรียนรู้ร่วมกัน

พื้นที่ที่ชัดเจนสำหรับนักเรียนและครู

ทุกอย่างที่ช่วยให้ชั้นเรียนภาษาไทยเป็นระบบ น่าสนใจ และเดินหน้าต่อ

สำหรับผู้เรียน

การฝึกภาษาไทยทั้งหมดในที่เดียว

  • คอร์สและบัตรบทเรียน
  • คลังคำศัพท์ส่วนตัว
  • ฝึกพูด เขียน และเรียกคืน
  • ความคืบหน้าและงานที่เสร็จแล้ว

สำหรับครู

ดูแลชั้นเรียนโดยลดงานซ้ำซ้อน

  • จัดคอร์สและบทเรียน
  • งาน แบบทดสอบ และเช็กอิน
  • ตรวจงานและให้คำแนะนำ
  • ข้อมูลความก้าวหน้าของนักเรียน

คำถามที่พบบ่อย

เริ่มต้นได้จากตรงนี้

ข้อมูลสำคัญก่อนเริ่มเส้นทางเรียนภาษาไทย

พร้อมเรียนแล้ว? สร้างบัญชี
แพลตฟอร์มนี้เหมาะกับใคร?

เหมาะกับผู้เรียนภาษาไทยกับ Coach Nicolas และครูที่ต้องการจัดคอร์ส บทเรียน งาน และความคืบหน้าไว้ในที่เดียว

ฝึกออกเสียงภาษาไทยได้หรือไม่?

ได้ บัตรบทเรียนรวมตัวอักษรไทย คำอ่าน คำแปล และเสียง พร้อมกิจกรรมพูดตามและบันทึกเสียง

มีบัตรคำศัพท์ภาษาไทยหรือไม่?

มี ผู้เรียนทบทวนบัตรคำ เก็บคำในคลังส่วนตัว และฝึกเรียกคืนด้วยเกมจับคู่และแบบทดสอบได้

ครูติดตามการเรียนได้หรือไม่?

ครูจัดเนื้อหา สร้างงาน ตรวจคำตอบ ให้ข้อเสนอแนะ และดูความก้าวหน้าของนักเรียนได้

หน้าแรกมีภาษาใดบ้าง?

หน้าแรกมีภาษาอังกฤษ จีน ไทย เวียดนาม ญี่ปุ่น และเกาหลี ส่วนระบบเรียนปัจจุบันรองรับอังกฤษ จีน ไทย และเวียดนาม

บทเรียนภาษาไทยถัดไปรออยู่

เริ่มทีละน้อย ฝึกต่อเนื่อง และพูดอย่างมั่นใจ

เริ่มเรียน

Loading… / 正在加载…